Set Default Page Add to Favorites Send This Page to Friend ReadyPlanet.com
dot
dot dot
ศูนย์รวมงานธุรกิจบริการ ทั่วไทย www.jobthaihotel.com
Tsunami Ready

 

 
 

 
   

 

 

        

สำนักงานบริการด้านภูมิอากาศแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (National Weather Service) ได้ริเริ่มโครงการ "เตรียมพร้อมรับคลื่นสึนามิ " ขึ้นมาเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกลาง มลรัฐ และหน่วยงานอำนวยการด้านอุบัติภัยท้องถิ่น รวมไปถึงสาธารณชน เพื่อทำงานร่วมกับระบบการเตือนภัยจากสึนามิ วัตถุประสงค์หลักของโครงการ คือการเพิ่มความปลอดภัยของสาธารณชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากคลื่นสึนามิ โดยโครงการนี้จัดทำขึ้นตามรูปแบบของการ "เตรียมพร้อมรับพายุ " (StormReady) ที่มีมาก่อน

 

 
 

      ชุมชนในสหรัฐอเมริกาที่เตรียมพร้อมรับมือกับสึนามิจะต้องทำอะไรบ้าง ?

  • จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยามฉุกเฉิน

  • สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยถึงคนในชุมชนได้

  • ทำแผนรับมือกับภัยสึนามิ

  • จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักให้แก่ชุมชน

  • พร้อมรับสัญญาณเตือนจากศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ หรือในระดับภูมิภาค (ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อกำหนดในประเทศไทย แต่ในสหรัฐอเมริกา หมายถึงเครื่องรับวิทยุที่รับคลื่นเตือนภัยจากหน่วยงานเตือนภัย)

   ทำไมประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อม ?

  • ความสูญเสียที่ประเทศไทยได้รับจากคลื่นสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 เป็นบทเรียนว่า ภัยจากสึนามิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสูญเสียชีวิต เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันหรือลดลงได้ หากเราเตรียมพร้อม

  • ความรู้เกี่ยวกับคลื่นสึนามิและวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถลดความสูญเสียได้

  • การเตรียมการล่วงหน้าในด้านการออกแบบอาคาร สถานที่ การจัดทางเดิน การกำหนดบริเวณอันตราย และบริเวณปลอดภัย ทางขึ้นสู่ที่ปลอดภัย และการประกาศแจ้งเตือนต่อชุมชน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในราคาที่ไม่แพงนัก

  • เมื่อเราพร้อมและสร้างความมั่นใจด้วยความไม่ประมาทจะทำให้พื้นที่ของประเทศไทยที่อยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย กลับมาเป็นเมืองน่าอยู่กว่าเดิม

      หน้าที่ของภาครัฐ

  • ประสานงานระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือในการจัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่คลื่นสึนามิจะมาถึง

  • กำหนดช่องทางการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนแก่ทุกชุมชนในเขตที่มีความเสี่ยง

  • วางแผนเพื่อกำหนดพื้นที่ที่อันตรายและพื้นที่ปลอดภัยในบริเวณชายฝั่ง (โดยอิงข้อมูลจากระบบแผนที่ที่แสดงระดับความสูงของพื้นดิน) ประกาศเขตที่เสี่ยงภัย วางโครงสร้างพื้นฐานในการอพยพคน หาที่ปลอดภัย หรือกำหนดให้สถานที่บางแห่งทำหน้าที่เป็นที่หลบภัย

  • สร้างระบบการประสานงานระหว่างบุคคลากรจากฝ่ายต่างๆ ในการทำงานร่วมกันเมื่อเกิดภัย ฝึกคนให้รู้จักระบบการเตือนภัยและหนีภัย ประสานกับสถาบันวิจัย สถานศึกษาและชุมชน เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการเตือนภัย ที่เหมาะสม ได้ผล เข้ากับท้องถิ่น และประหยัด

  • ให้ความรู้แก่ประชาชน ข้าราชการ และเยาวชน เกี่ยวกับความปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆ (ไม่จำกัดอยู่ที่สึนามิ) ในโรงเรียน และด้วยสื่อที่เหมาะสม

      หน้าที่ของชุมชน และผู้นำชุมชน

  • จัดกิจกรรมที่สร้างความตระหนักเรื่องภัยธรรมชาติ

  • จัดตั้งคณะกรรมการด้านอุบัติภัยของชุมชน เพื่อวางแผนการทำงานต่างๆ และจัดผู้รับผิดชอบ

  • หลีกเลี่ยงการสร้างอาคารที่ไม่ปลอดภัย และเสริมสร้างสิ่งที่ช่วยในการลดภัยจากคลื่นสึนามิ เช่น แนวของพืชยืนต้น การพัฒนาป่าชายเลนให้มีแนวป้องกันธรรมชาติเพิ่มขึ้น

  • จัดทำทางเดินขึ้นสู่ที่สูง และคัดเลือกสถานที่ซึ่งจัดให้เป็นที่ปลอดภัยจากสึนามิ ทั้งนี้อาจใช้ข้อมูลด้านความสูงจากระบบแผนที่ของทางการ พร้อมติดป้ายแสดงเส้นทาง

  • จัดรูปแบบแจ้งเตือนแก่ชุมชนด้วยระบบเสียงและสื่อที่เหมาะสม (ไซเรน กลอง หอกระจายข่าว วิทยุ โทรทัศน์ SMS )

  • จัดบุคลากรให้มีความรับผิดชอบในการรับฟังข่าวสารจากส่วนกลางที่มีข้อมูลเจ้งภัยสึนามิ

  • จัดการฝึกซ้อมการแจ้งเตือนภัย รวมทั้งการอพยพอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย อย่างสม่ำเสมอ
    เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้นก่อนที่ประเทศไทยจะมีความพร้อมในการตั้งรับกับภัยธรรมชาติเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด ดังนั้นการเตรียมการต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการวางแผนดำเนินการ หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องหาความรู้และวางแผนเพื่อดำเนินการต่อไป

  ตัวอย่างป้ายแสดงความพร้อมของชุมชน ตามโครงการ "เตรียมพร้อมรับคลื่นสึนามิ"ของสหรัฐอเมริกา

 

 
 

 

 

 
  ป้ายแจ้งเตือนว่า เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยหากมีแผ่นดินไหวให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังที่สูง หรือถอยห่างฝั่งมากขึ้น ป้ายบอกเส้นทางอพยพ เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยจากสึนามิ สถานที่สำหรับรวมตัวผู้หลบภัย ซึ่งอยู่บนที่สูง และสามารถกันแดด กันฝนได้ระหว่างรอจนพ้นภัย  
   

 

คลื่นสึนามิ เรียกอีกอย่างได้ว่า "คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว" (seismic sea waves) แต่มักเรียกกันผิดๆ ว่า "คลื่นน้ำขึ้นน้ำลง" (tidal wave) มักจะเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว หรือบางครั้งเกิดจากแผ่นดินใต้ทะเลถล่ม หรือเกิดจากภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด (แต่ไม่บ่อยครั้งนัก)  หรือเกิดจากลูกอุกาบาตพุ่งลงทะเล (แต่ก็น้อยครั้งมาก) การระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลนั้น อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่มีความรุนแรงได้ ตัวอย่างเช่นการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟการากะตัว (krakatau) ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 1883 ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิสูงประมาณ 40 เมตร เข้าถล่มบริเวณชายฝั่ง พร้อมทั้งทำลายหมู่บ้านตามชายฝั่งราบเป็นหน้ากลองและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30,000 คน
          ทุกภูมิภาคของโลกที่อยู่ติดมหาสมุทรมีโอกาสที่จะโดนคลื่นสึนามิได้ทั้งหมด ทั้งนี้ประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกและในทะเลต่างๆ ที่อยู่ชายขอบ มีโอกาสถูกคุกคามจากคลื่นสึนามิ ขนาดใหญ่บ่อยกว่าประเทศอื่นๆ เพราะมีแผ่นดินไหวรุนแรง  ตามแนวใกล้ขอบของมหาสมุทรแปซิฟิกเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยมาก

         
         

ภาพอธิบายการเกิดแผ่นดินไหวและการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในเชิงธรณีวิทยา ได้แบ่งโครงสร้างของโลกเป็น 3 ส่วนใหญ่ เรียกว่า เปลือกโลก (Crust) เนื้อโลก (Mantle) และแกนโลก (Core) แผ่นเปลือกโลกจะประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่  (1) ธรณีภาคชั้นนอก หรือ ลิโทสเฟียร์ (Lithosphere) ซึ่งเป็นส่วนเปลือกโลกส่วนที่เป็นของแข็งห่อหุ้มอยู่ชั้นนอกสุดของโลก และเป็นแผ่นขนาดเล็กจำนวนมากมีความหนาประมาณ 70-250 กิโลเมตร (40-150 ไมล์) (2) ฐานธรณีภาค หรือ แอสเทโนสเฟียร์ (Asthenosphere) เป็นส่วนบนสุดของชั้นเนื้อโลก มีลักษณะเป็นหินหลอมเหลวที่เรียกว่า หินหนืด (Magma) มีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นได้ อยู่ลึกจากผิวโลกลงไป 100-350 กิโลเมตร
.................................................................................................................................................
ทฤษฎีแผ่นเปลือกโลก
          ทฤษฎีแผ่นเปลือกโลก (plate tectonics) สมมุติภาพผิวโลกว่าประกอบด้วยแผ่นหินเปลือกโลก (lithospheric plates) ที่หนาประมาณ 70-250 กิโลเมตร (40-150 ไมล์) จำนวนไม่กี่แผ่น ลอยเลื่อนไปมาอยู่บนผิวโลกชั้นล่างที่เหลวและเหนียวหนืด (asthenosphere) แผ่นเปลือกโลกเหล่านี้ครอบคลุมผิวโลกทั้งหมด ทั้งที่เป็นทวีปและพื้นมหาสมุทร โดยที่มีการเคลื่อนตัวไปมาระหว่างกันในอัตราไม่เกิน 10 เซนติเมตรต่อปี  บริเวณที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นมาสัมผัสกัน เรียกว่า "บริเวณขอบแผ่น" (plate boundary) (อาจเห็นภาพง่ายกว่าหากเรียกว่า "บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่น") การบอกชนิดจะกำหนดตามวิธีเคลื่อนที่ของแผ่นหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกแผ่นหนึ่ง รอยต่อระหว่างแผ่นมีหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีเคลื่อนตัวที่แผ่นหนึ่งกระทำต่ออีกแผ่นหนึ่งซึ่งวิธีเคลื่อนตัวมีอยู่ 3 แบบ คือ

  1. แบบกระจายตัว (spreading) คือเมื่อแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นเคลื่อนที่ออกจากัน

  2. แบบมุดตัว (subduction) คือแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนเข้าหากัน โดยที่แผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งมุดเข้าไปอยู่ใต้เปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง และ

  3. แบบเปลี่ยนรูป (transform) คือแผ่นเปลือกโลกจำนวนสองแผ่นเคลื่อนที่ในแนวนอนผ่านซึ่งกันและกัน บริเวณที่มีโอกาสสูงในการเกิดคลื่นสึนามิได้คือ บริเวณที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนแบบมุดตัว (subduction zone) ซึ่งสามารถสังเกตได้จากแนวร่องลึกใต้มหาสมุทร (deep ocean trenches) และเกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ หรือแนวภูเขาไฟที่ผุดขึ้นมาคู่กับร่องลึกในบริเวณขอบมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณดังกล่าวนี้ในบางครั้งเรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ (The Ring of Fire)
    แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ
              แผ่นดินไหวอาจเกิดมาจากภูเขาไฟระเบิด แต่แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนที่บริเวณรอยแตกของเปลือกโลก แผ่นดินไหวระดับที่มีความรุนแรงมากหรือที่ปล่อยพลังงานเท่ากับร้อยละ 80 ของพลังงานที่เกิดจากแผ่นดินไหวทั่วโลก มักจะเกิดขึ้นในบริเวณที่เกิดการมุดตัว ซึ่งพื้นผิวโลกใต้มหาสมุทรมีการเคลื่อนตัวมุดเข้าไปใต้พื้นแผ่นทวีปหรือใต้แผ่นท้องมหาสมุทรที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาใหม่

  4.  

คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวในทะเลญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนตัวเข้าถล่มเกาะโอกุชิริ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี 1983 ระดับน้ำหนุนในภาพมีความสูง 5.9 เมตร (19 ฟุต) แต่ระดับน้ำหนุนวัดได้ที่จังหวัดอากิตะ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวไปทางตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร มีระดับสูงถึง 14 เมตร (45 ฟุต) และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวมทั้งหมด 100 คน ในจำนวนนี้ 3 คนเสียชีวิตที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคลื่นยักษ์เดินทางมาถึงภายหลังเกิดแผ่นดินไหวแล้วชั่วโมงครึ่ง (รายงานของมหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น)

          แผ่นดินไหวใช่ว่าจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิทุกครั้งไป คลื่นสึนามิจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อแผ่นดินไหวที่รอยแตกของเปลือกโลกนั้นต้องอยู่ใต้หรือใกล้กับมหาสมุทร และไปทำให้พื้นสมุทรมีการเคลื่อนที่ในแนวตั้ง (ขนาดความสูงหลายเมตร) ในพื้นที่กว้าง (ถึงหนึ่งแสนตารางกิโลเมตร) แผ่นดินไหวในบริเวณน้ำตื้น (ลึกไม่เกิน 70 กิโลเมตร หรือ 42 ไมล์) ตามแนวการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก เป็นตัวการก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่มีอานุภาพในการทำลายสูงที่สุด  กลไกที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ คือ ปริมาณการเคลื่อนไหวทั้งแนวตั้งและแนวนอนของพื้นสมุทร ความกว้างของบริเวณที่เกิดการเคลื่อนไหว การทรุดตัวของชั้นตะกอนใต้ทะเลที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการสั่นสะเทือน และประสิทธิภาพของการถ่ายเทพลังงานจากเปลือกโลกไปยังน้ำในมหาสมุทร

 

แผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ
       เมื่อคราวเกิดแผ่นดินไหวในทะเลซึ่งอยู่ไกลจากชายฝั่งของประเทศนิคารากัว เมื่อวันที่ 2 กันยายน ปี 1992 (วัดความรุนแรง หรือ magnitude ระดับ 7.2 ริกเตอร์)  ผู้คนที่นั่นไม่ได้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากนัก ความสั่นสะเทือน (severity of shaking) อยู่ในระดับเพียง 2 หรือ 3 (ตามมาตรวัด ระดับต่ำสุดคือ 1 ถึง ระดับสูงสุดคือ 12) แต่ระยะเวลาราวๆ 20-70 นาที หลังจากแผ่นดินไหว เกิดคลื่นสึนามิเข้าถล่มบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศนิคารากัว คลื่นนี้มียอดคลื่นสูงกว่า 4 เมตร (13 ฟุต) จากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย และมีระดับน้ำหนุนสูงสุดอยู่ที่ 10.7 เมตร (35 ฟุต) คลื่นยักษ์ได้ซัดฝั่งในเวลาที่ไม่มีผู้ใดทันเตรียมตัวไว้ก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

เมืองเอล ทรานซิโต (El Transito) ประเทศนิคารากัว เมื่อวันที่ 1 กันยายน ปี 1992 คลื่นสึนามิ สูง 9 เมตร ได้เข้าถล่มและทำลายหมู่บ้านจำนวน 1,000 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บ 151 คน คลื่นสึนามิลูกแรกที่เข้ามาถล่มนั้นมีขนาดเล็ก ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยุ่ริมชายฝั่งทะเล มีโอกาสหลบหนีจากการเข้าถล่มของคลื่นลูกที่สอง และลูกที่สาม ผู้คนกว่า 40,000 คน ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียบ้าหรืออาชีพ (ภาพโดย Harry yeh จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน)

          คลื่นสึนามิครั้งนั้นเกิดจากแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ ทั้งนี้ แผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิเป็นแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่มีจุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนอยู่ที่บริเวณน้ำตื้นโดยมีการเคลื่อนย้วยตำแหน่งของรอยแตกของเปลือกโลก (fault) เป็นระยะทางหลายเมตร และพื้นผิวของรอยแตกที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลจะมีขนาดเล็กกว่าพื้นผิวรอยแตกที่เกิดจากแผ่นดินไหวปกติ แผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิมีอีกประเภทหนึ่งคือ แผ่นดินไหวที่มีการสั่นสะเทือน ค่อนข้างช้า และมีการเคลื่อนตัวตามแนวรอยแตกของเปลือกโลกใต้พื้นทะเลช้ากว่ากรณีแผ่นดินไหวปกติ วิธีการเดียวที่จะตอบได้ว่าแผ่นดินไหวจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิหรือไม่นั้น  เกิดจากการคำนวณหาค่า seismic moment ซึ่งใช้คลื่นการสั่นสะเทือนที่มีคาบเวลาที่นานมาก  (นานกว่า 50 วินาทีต่อคาบ) คลื่นสึนามิ ครั้งร้ายแรงอีก 2 ครั้งที่เกิดจากแผ่นดินไหว คือที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 1994 และที่ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ในปี 1996


จุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว (focus) คือจุดหนึ่งของโลก (อาจจะอยู่ใต้ทะเลลึกหรือใต้พิภพ) ที่บริเวณแผ่นดินแยกออกจากกันครั้งแรกและจะเป็นจุดที่คลื่นแผ่นดินไหว (seismic wave) ก่อตัวขึ้น ส่วนจุดศูนย์กลางของผิวโลก (epicenter) คือจุดบนพื้นผิวโลกที่อยู่เหนือจุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ระดับความรุนแรง (magnitude) ของแผ่นดินไหว คือค่าลอการิทึม (logarithm) ของความสูง (amtitude) ที่สูงสุดของ คลื่นแผ่นดินไหวลูกหนึ่ง ตามที่วัดได้จากเครื่องวัดความสั่นสะเทือน (seismometer) ดังนั้นแผ่นดินไหวระดับ 9 มีความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวเป็น 10 เท่าของความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวระดับ 8 และเป็น 100 เท่าของแผ่นดินไหวระดับ 7
 


คลื่นสึนามิ : ความสัมพันธ์กับศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว
(SEA SURFACE) = ผิวน้ำทะเล
(SEAFLOOR)  = พื้นทะเล
(FAULT) = รอยแตกของเปลือกโลก







 

 

 
    

 

 
 


        แม้คลื่นสึนามิจะมีอันตรายอย่างยิ่ง แต่ก็มิใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้น ท่านไม่ควรให้ความกังวลจากภัยพิบัติธรรมชาตินี้มาทำให้ท่านหมดสนุกจากการเที่ยวชายหาด หรือมหาสมุทร แต่หากทานรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวบริเวณที่ท่านยืนอยู่ หรือได้ยินเสียงประกาศเตือนภัยจากคลื่นสึนามิ ขอให้ท่านรีบบอกต่อให้ญาติและเพื่อนของท่านในบริเวณนั้นทราบ และ

 


 

 

 

 

 

 
 

 









 

ท่าเรือยอตซ์ อลาวัย (Ala Wai ) เมืองฮอนโนลูลู มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่น้ำทะเลบริเวณชายฝั่งได้ลดลงเนื่องจากการเกิดแผ่นดินไหว ณ เมืองคามซัตกา (Kamchatka) ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ปี 1952 ผู้คนจำนวนมากที่มุงดูปรากฎการณ์ยังไม่ทราบถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง ที่ถูกต้องนั้น พวกเขาควรรีบอพยพหนีขึ้นที่สูง
(ภาพจาก
Camera Hawaii )

     

ชายฝั่งทางเหนือของ Oahu มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในขณะเกิดเหตุคลื่นสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหว ณ เกาะอัลลูเชียน (Aleutian Island) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ปี 1957 ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องราวพากันเดินหาปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ตามแนวประการังที่โผล่พ้นน้ำ โดยหารู้ไม่ว่าคลื่นสึนามิกำลังจะกลับมาซัดท่วมบริเวณดังกล่าวอีกครั้งในเวลาอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
(ภาพจาก
Honolulu Star-Bulletin)










 

 


 

 

 
   

  
 

 


 
 
 

 
 


     ทฤษฏีแผ่นเปลือกโลก
ได้จำลองแผ่นเปลือกโลกคล้ายกับเปลือกไข่ที่ร้าว โดยแยกเป็นแผ่นๆ ซึ่งด้านล่างของแผ่นคือหินเหลวใต้พิภพ หากเปรียบเทียบสัดส่วนความหนาของผิวเปลือกโลก (70-250 กิโลเมตร ) กับขนาดของโลกแล้ว จะเห็นได้ว่าผิวเปลือกโลกบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ จากการบันทึกประวัติปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ทำให้นักธรณีวิทยาสามารถประมาณการแบ่งของแผ่นเปลือกโลกได้เป็น 15 แผ่น ได้แก่

  1. แผ่นยูเรเซีย (Eurasian Plate)

  2. แผ่นออสเตรเลีย (Australian Plate)

  3. แผ่นอเมริกาเหนือ  (North American Plate)

  4. แผ่นสโกเชีย (Scotia Plate)

  5. แผ่นแอนตาร์กติก (Antarctic Plate)

  6. แผ่นโคโคส (Cocos Plate)

  7. แผ่นอินเดีย (Indian Plate)

  8. แผ่นอาหรับ (Arabian Plate)

  9. แผ่นแปซิฟิก (Pacific Plate)

  10. แผ่นฟิลิปปินส์ (Philippines Plate)

  11. แผ่นอเมริกาใต้ (South American Plate)

  12. แผ่นแอฟริกา (African Plate)

  13. แผ่นนัซกา (Nazca Plate)

  14. แผ่นแคริบเบียน (Caribbeaa Plate)

  15. แผ่นฮวนเดฟูกา (Juan de Fuca Plate)

 
 




Ring of Fire  
คือแนวภูเขาไฟใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะอยู่รอบชายฝั่งของประเทศต่างๆ ในคาบสมุทรแปซิฟิก และมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ


 

   
 
 
ภาพขยาย เพื่ออธิบายลักษณะของแผ่นเปลือกโลกชนิดต่างๆ
   
 
   
 
     

 

 

   
       

  

 

 
 

     ควรจะทำอย่างไกรเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ
ข้อเท็จจริง

  • คลื่นสึนามิที่เคลื่อนที่เข้าสู่ชายฝั่งทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิก เกือบทั้งหมดเกิดจากแผ่นดินไหว ทั้งนี้แผ่นดินไหวที่เป็นต้นเหตุอาจจะเกิดในบริเวณไกลหรือใกล้กับบริเวณที่ท่านอาศัยอยู่

  • คลื่นสึนามิบางลูกอาจมีขนาดใหญ่มาก ในบริเวณชายฝั่ง คลื่นสึนามิอาจมีความสูงถึง 10 เมตร หรือมากว่า (ในครั้งที่ร้ายแรงที่สุดนั้น อาจมีความสูง 30 เมตร) และคลื่นสึนามิสามารถโถมเข้าท่วมไปถึงบริเวณที่อยู่อาศัยซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลาได้ไกลหลายร้อยเมตร

  • คลื่นสึนามิสามารถซัดถล่มบริเวณชายฝั่งทะเลที่อยู่ในระดับต่ำได้ทั้งหมด

  • คลื่นสึนามิหนึ่งลูกประกอบด้วยคลื่นจำนวนหลายระลอกซัดเข้าสู่ฝั่งทุกๆ 10 ถึง 60 นาที บ่อยครั้งที่คลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่คลื่นลูกใหญ่ที่สุด และภัยที่เกิดจากคลื่นสึนามิอาจกินเวลายาวต่อเนื่องหลายชั่วโมงนับจากคลื่นสึนามิลูกแรก คลื่นสึนามิจะไม่ม้วนตัวและแตกตัว ดังนั้น โปรดอย่าลองโต้คลื่นสึนามิ!

  • ลื่นสึนามิเคลื่อนที่เร็วกว่าคน

  • ในบางครั้งคลื่นสึนามิลูกแรกเป็นต้นเหตุทำให้น้ำบริเวณชายฝั่งทะเลลดวูบลงมากและเผยให้เห็นพื้นทะเลได้

  • คลื่นสึนาบางลูกมีพลังมหาศาล สามารถพัดพาก้อนหินขนาดใหญ่ที่น้ำหนักหลายตัน รวมทั้งเรือ รถยนต์ และซากปรักหักพังอื่นๆ ขึ้นมาบนฝั่งในระยะหลายร้อยเมตร และทำให้อาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายลงได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้รวมกับน้ำที่เคลื่อนที่ด้วยพลังมหาศาลสามารถปลิดชีพคนหรือทำให้คนบาดเจ็บได้

  • คลื่นสึนามิสามารถเคลื่อนที่เข้าสู่แม่น้ำหรือลำธารที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรได้

  • คลื่นสึนามิสามารถเคลื่อนที่อ้อมรอบๆ เกาะได้อย่างง่ายดาย และเป็นอันตรายต่อบริเวณชายฝั่งทะเลด้านที่ไม่ได้หันเข้าหาแหล่งกำเนิดคลื่นสึนามิได้เช่นกัน

 
 

         
          ท่านควรจะปฏิบัติตนอย่างไร
        
 โปรดรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลื่นสึนามิ ความรู้นี้สามารถช่วยรักษาชีวิตของท่าน! โปรดแบ่งปันความรู้ให้ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง เพราะอาจช่วยชีวิตของพวกเขาได้

  • หากท่านอยู่ในโรงแรมและได้ยินประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ท่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงแรมหรือเจ้าหน้าที่ของโรงแรม หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงแรม

  • หากท่านอยู่ในบ้านและได้ยินประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิ ท่านต้องแจ้งให้สมาชิกในครอบครัวทุกท่านทราบว่ามีการเตือนภัยเกิดขึ้นแล้ว ถ้าบ้านท่านอยู่ใน "เขตที่ต้องอพยพเมื่อเกิดสึนามิ" ครอบครัวของท่าต้องอพยพออกจากบ้านทันที่ โดยเคลื่อนย้ายด้วยความสงบ สุขุม และไม่เสี่ยงอันตราย ไปยังสถานที่ปลอดภัยหรือออกไปอยู่นอกเขตที่ต้องอพยพ  นอกจากนี้ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยฉุกเฉินในท้องถิ่นหรือผู้มีอำนาจในการรักษากฏหมาย

  • หากท่านอยู่ที่ชายหาดหรือใกล้มหาสมุทรและท่านรู้สึกว่าแผ่นดินสั่นสะเทือน ให้ท่านย้ายไปยังพื้นที่สูงกว่าทันที โดยไม่ต้องรอเสียงประกาศเตือนภัย หากท่านอยู่ใกล้แม่น้ำหรือลำธารที่ไหลลงมหาสมุทร ท่านต้องย้ายขึ้นที่สูงเช่นเดียวกัน คลื่นสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวบริเวณใกล้ สามารถเข้าถล่มบางพื้นที่ได้ก่อนที่จะมีการประกาศเตือน

  • เมื่อคลื่นสึนามิที่ก่อตัวขึ้นในบริเวณห่างไกล โดยปกติแล้วเราจะมีเวลาเพียงพอที่จะอพยพคนไปอยู่บนที่สูง  แต่สำหรับคลื่นสึนามิที่เกิดในบริเวณใกล้ชายฝั่งทะเลซึ่งท่านอาจรู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ท่านอาจจะมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นที่เคลื่อนย้ายไปอยู่บริเวณที่สูงได้

  • พื้นที่ต่ำชายฝั่งทะเลหลายแห่งมักจะมีสิ่งปลูกสร้างสูงหลายชั้นที่สร้างด้วยคอนกรีต ดังนั้นในกรณีที่มีการเตือนภัยสึนามิและหากไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอพยพเข้าฝั่งไปยังพื้นที่สูงอย่างรวดเร็วได้  บริเวณชั้นบนของสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้อาจใช้เป็นที่ปลอดภัยเพื่อหลบภัยจากคลื่นสึนามิได้ แต่อย่างไรก็ดี แผนการอพยพในบางท้องถิ่นอาจห้ามไม่ให้ท่านอพยพขึ้นสิ่งปลูกสร้างในลักษณะนี้  เนื่องจากบ้านและอาคารขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ในบริเวณชายฝั่งระดับต่ำไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อต้านทานแรงกระแทกของคลื่นสึนามิ ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรอยู่ในสถานที่เหล่านี้เมื่อมีการประกาศเตือนภัยจากคลื่นสึนามิเกิดขึ้น

  • หินโสโครกนอกชายฝั่งทะเลและพื้นที่ตื้นเขินอาจช่วยลดกำลังของคลื่นสึนามิลงได้บ้าง แต่คลื่นสึนามิที่มีขนาดใหญ่ก็ยังสามารถทำอันตรายให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยริมชายฝั่งทะเลได้ ดังนั้น คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อมีการเตือนภัยเกี่ยวกับคลื่นสึนามิคือ  ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ต่ำใกล้ชายฝั่ง

 

ลานจอดรถของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกะ ในจังหวัดอะติกะ ประเทศญี่ปุ่น ถูกน้ำทะเลท่วมในช่วงที่คลื่นสึนามิเข้าถล่มประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี 1983
(ภาพโดย นายทากาอากิ อูดะ
Publuc Works Research Institute
ประเทศญี่ปุ่น)




 

 


 

 
 

 

 

ขตอาโอนาะอะ (Aonae) บนเกาะโอกุชิริ (Okushiri Island) ประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงการสูญเสียบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ทั้งหมดเมื่อคลื่นสึนามิเข้าถล่มบริเวณทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม ปี 1993 หลังเหตุการณ์สึนามิ ได้เกิดเพลิงไหม้ในบริเวณดังกล่าวอีกหลายครั้ง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้กับความสูญเสียทรัพย์สินและความเศร้าสลด มีผู้เสียชีวิตมากว่า 120 คนในญี่ปุ่น

 

 
 

     หากท่านอยู่ในเรือ

  • เนื่องจากเราไม่สามารถรู้สึกถึงคลื่นสึนามิได้ในขณะที่อยู่ในมหาสมุทรเปิด ดังนั้น หากท่านอยู่ในทะเลและมีประกาศเตือนภัยในพื้นที่ที่ท่านอยู่ อย่าแล่นเรือกลับเข้าฝั่ง คลื่นสึนามิสามารถทำให้ระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดกระแสน้ำแปรปรวนอย่างยุ่งเหยิงและอันตรายในบริเวณชายฝั่งและท่าเรือ

  • หากมีเวลาพอที่จะเคลื่อนย้ายเรือของท่านจากท่าเรือไปยังบริเวณน้ำลึก(เมื่อท่านทราบถึงประกาศเตือนภัยจากสึนามิแล้ว) ก่อนจะนำเรือออกไป โปรดพิจารณาเรื่องต่อไปนี้อย่างรอบคอบ

  • ท่าเรือขนาดใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมดูแลของหน่วยงานการท่าเรือ  และ/หรือระบบควบคุมการจราจรทางน้ำ หน่วยงานที่มีอำนาจเหล่านี้ จะควบคุมและดำเนินการต่างๆ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับสถานการณ์ (ในกรณีที่คาดการณ์ว่าเกิดคลื่นสึนามิ) และหากมีความจำเป็น จะออกคำสั่งให้เคลื่อนย้ายเรือในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งหากมีการสั่งเคลื่อนย้ายเรือ ท่านควรติดต่อกับหน่วยงานที่มีอำนาจ

  • ท่าเรือขนาดเล็กลงมา อาจไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานการท่าเรือ ดังนั้น หากท่านทราบว่ามีประกาศเตือนภัยและมีเวลาเพียงพอที่จะเคลื่อนย้ายเรือไปยังน้ำลึก ท่านควรดำเนินการด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยและคำนึงถึงความปลอดภัยของเรือลำอื่นด้วย สำหรับเจาของเรือเล็ก อาจพบว่าวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ จอดเรือไว้ที่ท่าเรือและรีบอพยพขึ้นฝั่งไปยังพื้นที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นกรณีการเกิดคลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหวในท้องที่ใกล้เคียงและมีสภาพภูมิอากาศเลวร้าย (เช่น นอกบริเวณท่าเรือมีคลื่นจัด) ในเวลาเดียวกัน หากท่านนำเรือขนาดเล็กออกจากฝั่ง จะยิ่งทำให้ตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น ดังนั้น ท่านอาจจะมีทางเลือกเดียวคือ ท่านต้องรีบอพยพไปอยู่บนพื้นที่สูง

  • หลังจากท่าเรือได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิแล้ว ยังอาจมีอันตรายจากความแปรปรวนของกระแสน้ำและผลข้างเคียงของคลื่นติดตามมาอีก ดังนั้น การเตรียมนำเรือกลับเข้าสู่ท่า ต้องติดต่อกับหน่วยงานการท่าเรือเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในบริเวณท่าเรือว่าปลอดภัยสำหรับการนำเรือเข้าสู่ท่าและการจอดเรือแล้วหรือไม่

 
 
 

คลื่นสึนามิในประเทศชิลี เมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม ปี 1995
ภาพนี้แสดงถึงผลกระทบจากคลื่นสึนามิ หลังจากที่ผ่านกำแพงคลื่น (breakwater) ที่บริเวณอ่าวทาโอกุ (Tahauku Bay) บนหมู่เกาะมาเคซัส (Maquesas Islands) ในหมู่เกาะโพลีนีเซียของประเทศฝรั่งเศส (French Polynesia) ซึ่งอยู่ห่างจากจุดกำเนิดของคลื่นสึนามิหลายพันกิโลเมตร


 

     

 

รูปจำลองการคำนวณค่าของกระแสน้ำที่อ่าวทาโอกุ การคำนวณจากรูปแบบจำลองนี้แสดงให้เห็นถึงกระแสน้ำในมหาสมุทรประเภทเดียวกันกับที่เห็นในภาพบน



 

 

    

   
 

 

 
 

หนังสือเล่มนี้ ทำขึ้นเพื่อให้คนรู้จักและรู้เรื่องราวของคลื่นสึนามิมากขึ้น โปรดแบ่งปันเรื่องที่ท่านรู้แก่ผู้อื่น เพราะการมีข้อมูลที่ถูกต้องอาจจะช่วยปกป้องชีวิตของท่าน และชีวิตของคนที่ท่านรักได้

ซ้าย  รูปจำลองทางคอมพิวเตอร์ แสดงความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวน้ำทะเลในช่วงเวลาที่แผ่นดินไหวและทำให้เกิดคลื่นสึนามิ  เมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม ปี 1995  ณ ประเทศชิลี ตัวอักษร A ในภาพ หมายถึง เมืองอันโตฟากัสต้า (Antofagasta) ในประเทศชิลี
ขวา  คือรูปจำลองทางคอมพิวเตอร์ของคลื่นสึนามิประมาณ 3 ชั่วโมงหลังจากคลื่นสึนามิก่อตัวแล้ว
W (West) = ตะวันตก    S (South) = ใต้

 

         
          ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "คลื่นสึนามิ" คือ ระลอกคลื่นซึ่งเคลื่อนตัวในมหาสมุทรที่มีขนาดความยาวมาก  ส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเล นอกจากนั้นภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิดหรือแผ่นดินถล่มใต้มหาสมุทรก็สามารถทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้เช่นกัน ในบริเวณมหาสมุทรที่มีน้ำลึก คลื่นสึนามิสามารถแพร่กระจายตัวด้วยความเร็วสูงกว่า 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ราวๆ 500 ไมล์ ต่อชั่วโมง) และมีความสูงของคลื่นเพียงไม่ไม่กี่สิบเซนติเมตร (1 ฟุต) หรือน้อยกว่านั้น คลื่นสึนามิแตกต่างจากคลื่นทะเลธรรมดาตรงที่ระยะทางระหว่างยอดคลื่น (หรือความยาวของคลื่น) มักจะไกลกว่า 100 กิโลเมตร (60 ไมล์) หรือมากกว่านั้นหากอยู่ในทะเลลึก และมีช่วงระยะเวลาระหว่างยอดคลื่นแต่ละลูกตั้งแต่ 10 นาที ไปจนถึง 1 ชั่วโมง
          เมื่อคลื่นสึนามิเคลื่อนไปถึงบริเวณน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง คลื่นจะลดความเร็วลงและน้ำทะเลสามารถพุ่งตัวขึ้นเป็นกำแพงน้ำที่ที่สูงหลายสิบเมตร (30 ฟุต) หรือสูงกว่านั้น และหากบริเวณชายฝั่งเป็นอ่าวท่าจอดเรือ หรือมีรูปทรงเหมือนกรวยยื่นเข้าไปแผ่นดิน ก็จะทำให้คลื่นยิ่งมีความรุนแรงขึ้นไปอีก  คลื่นสึนามิมีขนาดใหญ่อาจมีความสูงมากว่า 30 เมตร (100 ฟุต) แต่แม้ว่าคลื่นสึนามิจะมีขนาดความสูงของคลื่นเพียง 3-6 เมตร ก็แรงพอที่จะทำลายอาคารบ้านเรือน ชีวิต และทำให้ผู้คนบาดเจ็บจำนวนมากได้
          คลื่นสึนามิเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งมหาสมุทร ในช่วงทศวรรษ 1990 (ปี 1990-1999) มีเหตุการณ์คลื่นสึนามิเกิดขึ้นประมาณ 10 ครั้ง ยังผลให้มีผู้สูญเสียชีวิตมากว่า 4,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 1,000 คน เสียชีวิตที่บริเวณเมืองฟลอเรส (
Flores) ประเทศอินโดนิเซียในปี 1992 และกว่า 2,200 คน เสียชีวิตที่เมืองไอทาเป (Aitape) ประเทศปาปัวนิวกินีในปี 1998 ความเสียหายของทรัพย์สินตกประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ( 4 หมื่นล้านบาท)  ถึงแม้ว่ามากกว่าร้อยละ 80 ของเหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งจะเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ประเทศที่มีชายฝั่งในบริเวณอื่นๆ เช่น มหาสมุทรอินเดีย ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลคาริเบียน หรือแม้แต่มหาสมุทรแอตแลนติก ก็มีโอกาสเกิดภัยพิบัติจากคลื่นสึนามิได้เช่นกัน
          ในต่างประเทศมีการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิ เพื่อทำหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการเกิดคลื่นสึนามิในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น ศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิในแถบแปซิฟิก (
The Richard H.Hagemayer Pacific Tsunami Warning Center : PTWC) ทำหน้าที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของ "ระบบเตือนภัยคลื่นสึนามิในแถบแปซิฟิก" (The Tsunami Warning System in the Pacific : TWSP) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ข้อมูลคลื่นสึนามิระหว่างประเทศ (The International Tsunami Information Center : ITIC) ที่ศูนย์เตือนภัยนี้ มีนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามข้อมูลจากสถานีวัดแผ่นดนไหวและระดับน้ำทะเล หลายสถานีทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อประเมินสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ รวมทั้งติดตามคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นและกระจายข่าวสารเตือนภัย

รูปอ่าวฮิโล (Hilo) มลรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี 1946 หลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่หมู่เกาะอัลลูเชียน (Aleutian Islands) และเกิดคลื่นสึนามิขึ้น โดยรูปนี้ถ่ายจากเรือเดินสมุทรชื่อ บริกแฮม วิกเทอรี่ (Brigham Victory) ในขณะที่คลื่นสึนามิเข้าถล่มท่าเทียบเรือที่ 1 ส่วนชายที่ยืนอยู่มุมซ้ายของภาพ ไม่สามารถรอดชีวิตมาได้ (ภาพจาก NOAA)

          การเกิดคลื่นสึนามิ ศูนย์ PTWC ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองฮอนโนลูลู เกาะฮาวาย จะจัดส่งข้อมูลเตือนภัยที่เกิดจากสึนามิให้แก่หน่วยงานประจำชาติต่างๆ ในบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากศูนย์ของสหรัฐฯ แล้ว ยังมีศูนย์เตือนภัยอื่นๆ ในระดับประเทศและระดับภูมิภาคซึ่งมีการดำเนินงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น หมู่เกาะโพลินีเซียของฝรั่งเศส (French Polynesia) ชิลี รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
 

   

    เรียนเพื่อนสมาชิกชาวโรงแรมและรีสอร์ทที่เคารพทุกท่าน    เอกสารข้างต้น  จัดพิดพิมพ์ โดยมูลนิธิ ชัยพัฒนา เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ดังนั้นจึงนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยช์ต่อหมู่สมาชิก และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากท่านเผยแพร่ต่อเพื่อนร่วมอาชิพ ตามโรงแรมต่างๆ หรือ ฝ่ายรักษาความปลอดภัยโรงแรมนำไปจัดทำคู่มือ หรือติดประกาศเพื่อให้ความรู้ต่อเพื่อนสมาชิกของโรงแรมของท่านให้เข้าใจถึงการเตรียมความพร้อม  ดัง ที่ข้างตันได้กล่าวไว้ว่า   ความรู้ คือ ความปลอดภัย  

 

อดุลย์  หลังปูเต๊ะ

webmaster


               

กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

พิบัติภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทย

 คลิกที่ ปุ่ม เพื่ออ่านเพิ่มเติม

 

 

แผ่นดินไหวในประเทศไทย  

แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย  

ศูนย์กลางแผ่นดินไหวในประเทศไทย  

ความร้ายแรงของแผ่นดินไหว

ขัอมูลศูนย์กลางแผ่นดินไหวทั่วโลก  

แผ่นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

บันทึกข้อมูลแผ่นดินไหวยุคประวัติศาสตร์  

ข้อปฎิบัติให้ปลอดภัยจากแผ่นดินไหว

 

การเกิดแผ่นดินไหว

“แผ่นดินไหว” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลย์ของเปลือกโลกให้คงที่ สาเหตุ ของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นจัดแบ่งได้ 2 ชนิด ชนิดที่หนึ่ง เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อนและแรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้น ชนิดที่สองเป็นแผ่นดินไหวจากธรรมชาติ ซึ่งมีทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหวอันเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบัน 2 ทฤษฎี คือ

1. ทฤษฎีที่ว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลก (Dilation source theory) อันเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้งโก่งงออย่างฉับพลัน และเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว

2. ทฤษฎีที่ว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ (Elastic rebound theory) เชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการสั่นสะเทือนอันเป็นเหตุผลมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน (Fault) ดังนั้นเมื่อเกิดการเคลื่อนที่ถึงจุดหนึ่งวัตถุจึงขาดออกจากกัน และเสียรูปอย่างมากพร้อมกับการปลดปล่อยพลังงานออกมา และหลังจากนั้นวัตถุก็คืนตัวกลับสู่รูปเดิม ทฤษฎีนี้สนับสนุนแนวความคิดที่เชื่อว่า แผ่นดินไหวมีกลไกการกำเนิดเกี่ยวข้องโดยตรง และใกล้ชิดกับแนวรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) ที่เกิดขึ้นจากผลพวงของการแปรสัณฐานของเปลือกโลก (Plate tectonics) เปลือกโลกของเราประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลก จำนวนประมาณ 12 แผ่นใหญ่ ทั้งที่เป็นแผ่นมหาสมุทรและแผ่นทวีป ซึ่งมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาต่อให้บางแผ่นมีการเคลื่อนแยกออกจากกัน บางแผ่นเคลื่อนเข้าหาและมุดซ้อนเกยกัน และบางแผ่นเคลื่อนเฉียดกัน อันเป็นบ่อเกิดของแรงเครียดที่สะสมไว้ภายในเปลือกโลกนั้นเอง

 

 

 คลิกที่ ปุ่ม เพื่ออ่านเพิ่มเติม

รอยเลื่อนแม่จัน  รอยเลื่อนแม่ทา  รอยเลื่อนเถิน  รอยเลื่อนปัว  รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ 

รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนพะเยา  รอยเลื่อนเมย  รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์  รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์  

รอยเลื่อนระนอง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย  รอยเลื่อนท่าแขก

 

บันทึกข้อมูลแผ่นดินไหวในประวัติศาสตร์ไทย
จัดทำ และรวบรวมโดย คุณสุทธิพันธ์ ขุทรานนท์, นักประวัติศาสตร์   ของหอสมุดแห่งชาติ,
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (RSA/06/2539)

ปี

วัน เวลา

ตำแหน่งที่เกิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เอกสารอ้างอิง

ไม่ปรากฎศักราช (เรื่องจากตำนาน) ไม่ปรากฎ   ดูราชปุริสทั้งหลาย ดังเราจักรู้มามีในกาลเมื่อก่อนเฒ่าเก่าเล่ามาเป็นปรำปราสืบ ๆ มาว่าดังนี้ กาลเมื่อก่อนนั้น ก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีและคนเที่ยว ไปมาหากัน บ่ ขาดเมื่อนั้นยังมีขุนใหญ่ 3 คน ผู้หนึ่งชื่อขุนดาน อยู่สร้างบ้านเมือง ลุ่มกินปลาเฮ็ดนาเมืองลุ่มกินข้าวเมื่อนั้นแถนจึงใช้ให้มากล่าวแก่คนทั้งหลายว่า ในเมืองลุ่มกินข้าวให้บอกให้หมายกินและกินง่ายนี้กินข้าวให้บอกให้ก็ให้บอก แก่แถนได้กินขึ้นก็ให้ส่งขา ได้กินปลาก็ให้ส่งรอยแก่แถน แม้นใช้มาบอกสองทีสามทีก็ บ่ฟังหั่นแล แต่นั่น แถนจึงให้น้ำท่วมเมืองลุ่ม ลีดเลียงท่วมเมืองเพียงละลายคนทั้งหลายก็ฉิบหายมากนักซะแล “พงศาวดารล้านช้าง” ประชุมพงศาวดาร เล่ม 2 องค์การค้าของคุรุสภา : นคร, 2506 หน้า 137
พ.ศ. 480 (มหาศักราช 67 ตัวปีเมิงได้เดือน 10ฤติยเพ็ญ วันพฤหัสบดี ยามรุ่งแจ้ง) วันพฤหัสบดี เดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ ครั้งที่ 2 ปีมะเส็ง เวลารุ่งอรุณ โยนกนครหรือเมืองนาค พันธุสิงหนวัตินคร แผ่นดินไหวหวั่นฟ้าร้องดอยคางนักปูนอัศจรรย์ขนดิงลุกสู่คนแล “พงศาวดารเมืองเงินยางเชียง” และประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512 หน้า 284
พ.ศ. 481(มหาศักราช 68 ตัวปีเบิกไข้ เดือน 8 เพ็ญวันศุกร์ ยามรุ่งแจ้ง) วันศุกร์ เดือน 6 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะเส็ง เวลารุ่งอรุณ โยนกนคร แผ่นดินไหวฟ้าร้องดอยคาง ฝนตกน้ำใหญ่ น้ำน้อยปูนอัศจรรย์มากนัก “พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดาร เล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512 หน้า 284
พ.ศ. 500 (ปีมะโรง สัมฤทธิศก จ.ศ.86 ปีกุน)   หริกุญไชย (ลำพูน) …และสมเด็จพระเจ้าอภัยดามมินีราชใช้ให้เสนาอำมาตย์สร้างพระมหาปราสาท จึงให้เกณฑ์เอาชาวบ้านมาถากไม้ ตั้งเสาพระมหาปราสาท และพรานนั้น ก็ต้อง เกณฑ์มาถากไม้จึงเอากุมารนั้นเข้ามาไว้ด้วย และร้อนด้วยรัศมีพระอาทิตย์ พรานนั้นจึงเอากุมารเข้ามาไว้ในร่มพระมหาปราสาท ๆ ก็โอนไปเป็นหลาย ที่พระยาเห็นก็หลากพระทัย “พงศาวดารเหนือ”ประชุมพงศาวดาร เล่ม 1 องค์การค้าของคุรสภาพระนคร,2512 หน้า 9
พ.ศ. 510 (มหาศักราช 97 ตัวปีเมิงไส้ เดือน 10 เพ็ญวันจันทร์ ยามค่อนรุ่ง) วันจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็งเกือบสว่าง โยนกนคร แผ่นดินซ้ำไหวหวั่นฟ้าร้องดอยคางสามทีนี้แล “พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร 2512, หน้า 284
พ.ศ. 515 (มหาศักราช 102 ตัวปีเตา เดือน 8ออก 14 ค่ำ วันอังคารยามตูดซ้าย) วันอังคาร ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ปีจอร่วมบ่าย โยนกนคร แผ่นดินซ้ำไหวหวั่นท้องฟ้าร้องดอยคางเป็นมหาปางอันใหญ่ปูนอัศจรรย์ใจกว่า ทุกทีทั้งหลายแล ท่านตั้งเมืองมาได้ 57 ปีนี้ แผ่นดินไหวใหญ่ 4 “พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน ประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดารเล่ม 33 องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร,2512 หน้า 284-284
พ.ศ. 1558 (ศักราชได 467 ตัวปีเมิงเม้า ศาสนาพระพุทธเขาล่วงไปได้ 1003 ปี ศักราช 467 คือ จ.ศ.467 นายมานิต วิลล์โภพม สอบกันได้ว่าที่ถูกคือ จ.ศ. 376 ตรงกับปีเถาะ พ.ศ. 1558 ศาสนาพระพุทธเจ้าหมายถึง ระยะเวลาที่พระยาพันธนติสิ้นพระ ชนมไปและจำนวน 1003 ปี ที่ถูกเป็น 998 ปี วันเสาร์แรม 7 ค่ำ เดือน 5 (เดือน 7 แรม 7 ค่ำ วันเสาร์) โยนกนคร …สุริยอาทิตย์ก็ตกไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงเหมือนดั่งแผ่นดินดังสนั่นหวั่นไหวประดุจดังว่าเวียงโยนกนครหลวง ที่นี้จักเกลื่อนจักพังไปนั้นแลแล้วก็หายไปครั้งหนึ่ง ครั้งถึงมัชฌิมยามก็ซ้ำดังมาเป็น คำรบสองแล้วก็หายนั้นแล ถึงปัจฉิมยามก็ซ้ำดังมาเป็นคำรบสาม หนที่สามนี้ดังยิ่งกว่าทุกครั้งคราวที่ได้ยินมาแล้ว กาลนั้นเวียงโยนกนครหลวง ที่นั้นก็ยุบจมลงเกิดเป็นหนองอันใหญ่ยามนั้นคนทั้งหลายอันมีในเวียงนั้น มีพระมหากษัตริย์เป็นประธานก็วินาสฉิบหายตกไปในน้ำที่นั้นสิ้นยังเหลือ อยู่แต่เรือนยามแม่หม้ายเฒ่าหลังเดียวนั้นแลศักราชได้ 376 ตัวปีเมิงเม้า เดือน 8 ออก 7 ค่ำ วันอังคาร (=วันอังคาร ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ. 1558) เขาทั้งหลายก็พร้อมกันสร้างเวียงลูกหนึ่งริมฝั่งน้ำของถ้ำตะวันตกมีหนตะวันออก เวียงโยนกนครเก่า คือว่าเวียงอันจมไปแลครั้นสร้างบริบูรณ์แล้วก็ให้ขุนลัง ตั้งอยู่เป็นใหญ่ แก่บ้านเมืองแห่งเขาแล้วก็เรียกว่าเวียงปรึกษา นั้นแล “พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน” ประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ประชุมพงศาวดาร 2512 หน้า 44-48 และมานิต วัลลิโภดม ตำนานสิงหนวัติกุมาร ฉบับสอบค้นโรงพิมพ์ สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี กรุงเทพฯ, 2416 หน้า 94-98
พ.ศ. 1860 (ศักราช 1246) สมัยพญาลิไท สุโขทัย เมื่อพญาลิไทตั้งจิตอธิษฐานออกผนวชมีจารึกว่าอธิษฐานดังนี้แล้ว จึงรับสรณาคมต่อพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นแผ่นดินไหวทั่วทุกทิศเมืองสุโขทัย ครั้งทรงผนวชแล้วเสด็จลงมาจากพระมหาสุวรรณแหมปราสาท ทรงไม้เท้าจรดจรดลด้วยพระบาทเสด็จพระราชดำเนินไปป่ามะม่วง ขณะประดิษฐานฝ่าพระบาทลงยังพื้นธรณีปฐพีก็หวั่นไหวทั่วทุกทิศทินสาธร เข้าพรรษาวันนั้นจึงเสด็จออกเสวยพระโชรศขณะนั้นไม่ควรเลยสรรพไม่เสบย เสพนานา อากาศดาษสุริยเมฆาจันทรปรายต์กับดาราฤกษ์ทั้งปวงยิ่งกว่าทุกวันด้วย ฉะนั้นจึงเสด็จบรรพชาเป็นภิกษุในระหว่างพัทธสีมานั้น ขณะนั้นนาคราชตนหนึ่งอยู่โดยบุรพทิศเมืองสุโขทัยนั้นยกพังพานขึ้นสูงพันคน แปรตาไปเฉพาะป่ามะม่วงนั้นเห็นรอยผลุดพลุ่งกลางอากาศต่อแผ่นดิน อนึ่งเวลานั้นได้ยินเสียงระฆังดนตรีตุริยางค์ไพเราะใกล้โสตของชมเป็นอันมาก จะพรรณานับมิได้แต่บรรดามหาชนที่มาสโมสรสันนิบาตในสถานที่นั้น ย่อมเห็นการอัศจรรย์ประจักษ์ทุกคน เหตุด้วยเสด็จออกทรงบำเพ็ญพระบารมี เมื่อทำอัษฎางดิกศีล เมื่อฤดูคิมหันต์ไม่มีฝน ด้วยอำนาจศิลและครามอธิฐานพระบารมีด้วย พงศาวดารเล่ม 1องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2512 หน้า 180
พ.ศ. 2068 (ศักราช 887 ระกาศก) สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 หลายเมือง น้ำน้อยข้างเสียสิ้นทั้งปวง อนึ่งอุบาทว์หลายประการ ครั้นรุ่งปีขึ้นศักราช 888 จบศก (พ.ศ. 2069) ข้าวแพงเป็น 3 ทนาน ต่อเฟื้องเบี้ยแปดร้อย เกียนหนึ่งเป็นเงินซึ่งหกตำลึง “พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสร็ฐอักษรปิติ” ประชุมพงศาวดารเล่มองค์การค้าคุรุสภา : พระนคร, 251 หน้า 141
พ.ศ. 2089 (ศักราช 908 มะเมียศก สมัยสมเด็จพระยอดฟ้า เดือน 6 อยุธยา …สมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้านฤนาทจึงสมเด็จพระเจ้ายอดฟ้ารพราช กุมารท่านเสวยราช สมบัติพระนครศรีอยุธยา ในปีนั้นแผ่นดินไหว “พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา : พระนคร, 2512 หน้า 143
พ.ศ. 2103 ( ปีกดสัน จุลศักราช 922) สมัยเจ้าพระยาหน่อค้าเสถียรชัย สงครามเป็นเจ้าเมือง น่าน อนึ่ง ด้วยเจดีย์หลวงท้าวอ้ายยาม สร้างนั้นสูง 17 วา กว้าง 10 วา นั้นก็เป็นที่หลุพังตับด้าน คือบัลลังก็ด้านเหนือนับแล พระยาหม่อดำเสถียรชัยสงคราม ได้เป็นเจ้าเสวยเมืองน่านแล้ว ท่านก็พร้อมกับด้วย พระสังฆเจ้าทั้งหลายหมายมีมหาสามี เจ้ากัลยาโณวันศรีบุญเรืองเป็นเค้าและชาวบ้านชาวเมืองทั้งมวล พากันริร่งสร้างซ่อมก่อบัลลังก์ หื้อดีงามดังเก่า “พงศาวดารการเมืองน่าน” ประชุมคุรุสภา : พระนคร, 2506 หน้า 317
พ.ศ. 2111 (จุลศักราช 930 ปี) วันอังคาร เดือน 7 ขึ้น 9 ค่ำ เมืองร่างกุ้ง พม่า บังเกิดแผ่นดินไหว พระเจดีย์เมืองร่างกุ้งทะลายลงมาเพียงชั้นกลางพระเจ้าหงศาวดีจึง ตรัสสั่งให้ขุนบางผู้ใหญ่เป็นนายการกะเกณฑ์กันทำให้ปกติดังเก่า “พงศาวดารมอญพม่า” ประชุมพงศาวดารพระนคร, 2506 หน้า 44
พ.ศ. 2127 (ศักราช 947 วอกศก) วันพุธ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ (สมัยสมเด็จพระนเรศวร เมืองกำแพงเพชร เสด็จออกตั้งทัพชัยตำบลวัดยม ท้ายเมืองกำแพงเพชร ในวันนั้นแผ่นดินไหว แล้วจึงทัพหลวงเสด็จกลับคืนมาพระนครศรีอยุธยา “พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 152
พ.ศ. 2131 (ศักราช 950 ชวดศก) วันจันทร์ เดือน 12 แรม 8 ค่ำ อยุธยา แผ่นดินไหว “พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 155
พ.ศ. 2132 (ศักราช 951 ฉลูศก) วันเสาร์ เดือน 2 แรม 7 ค่ำ อยุธยา แผ่นดินไหว “พระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ องค์การค้าของคุรุสภา:พระนคร, 2506 หน้า 155
พ.ศ. 2172 (ศักราช 991) วันเสาร์ เดือน 3 แรม 6 ค่ำ เพลาค่ำแล้ว นาฬิกาหนึ่ง เมืองร่างกุ้ง พม่า เกิดอัศจรรย์แผ่นดินไหว ฉัตรยอดพระเจดีย์ร่างกุ้งหักตกลงในทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) ภายหลังพระเจ้าแผ่นดินนั้นได้ยกขึ้นได้เป็นปกติดังเก่า “พงศาวดารมอญพม่า” ประชุมพงศาวดาร 2506 หน้า 51
พ.ศ. 2217 (ศักราช 1066 ปีวอกศก) เดือน 10 ขึ้น 10 ค่ำ เชียงแสน ฝนตกหนักภูเขาพัง และยอดเจดีย์หัก พังหลายแห่ง “พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า” ประชุมพงศาวดารเล่ม 3 พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, 2506 หน้า 268
พ.ศ. 2258 (ศักราช 1077 ปีมะเมีย สัปตศก) เดือน 7 ขึ้น 6 ค่ำ ยามใกล้รุ่ง เชียงแสน แผ่นดินไหวหนัก พระเจดีย์วิหารหักพังทลาย 4 ตำบล แผ่นดินไหวอยู่ในเดือนนั้นทั้ง เดือน ครั้นต่อมาถึง เดือน 9 แรม 4 ค่ำ แผ่นดินไหวหนักอีกครั้งหนึ่ง “พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า” ประชุมพงศาวดารเล่ม 3 พระนคร: องค์การค้า
พ.ศ. 2260 (ศักราช 1079 ปีระกานพศก)   เชียงแสน น้ำแม่โขงนองหนักท่วมเมืองเชียงแสนลึก 3 ศอก วัดต้นตอ วัดต้นแก้ว วัดบุญยืนวัดพระบวร ยุบจมลงทั้ง 4 วัด “พงศาวดารตอนเชียงใหม่ขึ้นพม่า” ประชุมพงศาวดารเล่ม 3, พระนคร : องค์การค้าของคุรุสภา,2506 หน้า 269
พ.ศ. 2300 (ศักราช 1119) วันศุกร์ เดือน 9 แรม 5 ค่ำ เมืองหงสาวดี …เกิดแผ่นดินไหว ฉัตรยอดพระเจดีย์มุตางในเมืองหงสาวดีหักลงมา องค์พระเจดีย์นั้นหลายลงมาเพียงคอระฆัง… “พงศาวดารมอญพม่า” ประชุมพงศาวดารเล่ม 2 พระนคร:องค์การค้าของคุรุสภา, 2506 หน้า 115
พ.ศ. 2335 (ปีชวด ศักราช 1154)   เมืองหลวงพระบาง ..อนึ่งเทพารักษ์ภูเขาทรวงก็ปลูกธงแดงขึ้นบนยอดเขา ให้ปรากฎแก่ตาคนทั้งหลาย อนึ่งพระยานาคสองตัวออกมาว่ายน้ำโขงแข่งกันอยู่หน้าเมืองถึง 4 วัน อนึ่งพอเวลาจะย่ำค่ำมีปีศาจไม่มีศรีษะออกมารำอยู่ริมน้ำโขงท่าใต้ขึ้นหน้าเมืองหลาย วันอนึ่งน้ำในแม่น้ำโขงพลุ่มขึ้นแต่ศรีษะเมืองตลอดลงไปจนท้ายเมืองดังเหมือน เสียงปืนใหญ่ อาเภศบอกเหตุบอกลางดังนี้ จึงเสียกรุงศรีสัตนาคบหุตล้านช้างริมขวาหลวงพระบางให้แก่เมืองเวียงจันทร์… “พงศาวดารเมืองหลวงพระบาง” ประชุมพงศาวดาร เล่ม 10 พระนคร
พ.ศ. 2336 (จุลศักราช 1155

ตัวปีกาเป๋า)

วันพฤหัสบดี เดือน 9 ขึ้น 11 ค่ำ ยามรุ่ง น่าน เมื่อคืนนั้น ไม้มหาช้าลงอันเป็นมูลจำหงายอันสำหรับหมายกับภูเพียงแข่แห้งแต่เมื่อ พระสัพบัญญูมาธาปนาไว้เกษาธาตุนั้นอันพระมหาอันตเถรเจ้าเอาธาตุพระพุทธ เจ้ามาห้อยนั้น ก็หักโค้นแต่เค้าลงมาพาดตีนมหาธาตุ ตั้งแต่หม้อคว่ำลงมา จับดาบสามก็แตกบางไปสามกาบลงมาจับแท่นสี่เล้มตั้งปากขันหลวงก็ปลด พังลงมาจับแท่นบัลลังก์ด้าน 2 ลงมาถูกใส่แท่นบัลลังก์หลวงตั้งธรณีอัน ถ้วนต้นก็แตกพังลงแล อนึ่งวิหารน้อยที่สถิตสำราญพระเร้าทันใจ ห้องหน้าก็ลงฟาดตีใส่ก็โค่นด้านหลุพังไปเสี้ยวเก่าเว้นไว้ที่พระเจ้าอยู่นั้นแล “พงศาวดารเมืองน่าน” ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนครองค์การค้าของคุรุสภา 2507 หน้า 28-29
พ.ศ. 2344 (จุลศักราช 1163 ตัวปีล่วงเล้า) เดือนยี่ ขึ้น 10 ค่ำ ยามมืดตึด น่าน, เชียงใหม่,ลำพูน,ลำปาง, แพร่,พะเยา …แผ่นดินก็ร้องครางสนั่นหวั่นไหวมากนักแก้วอันในยอดพระธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง นั้นก็พอสะเด็นตกลงมา ยอดพระธาตุเจ้าสุเทพเชียงใหม่ ่และยอดพระธาตุเจ้าลำพูน และยอดพระธาตุเจ้าลำปาง นครและยอดพระธาตุเจ้าฉ้อแฮ เมืองแพร่ และชื่อพระวิหารหลวงเมืองพะเยาที่พระเจ้าตนหลวงอยู่นั้นก็สะเด็นตกลงถ้ำเดียวกัน ในขณะนั้นเสี้ยวแลในเดือนเดียวนี้ ฮอดแรม 14 ค่ำ ก็ซ้ำไหวแถมทีหนึ่ง เถิงเดือน 3 ท่านลุกเวียงสาขึ้นมานิมนต์พระสังฆเจ้าทั้งหลายก็คาดคชาชอง แก้วขึ้นใส่แถมที่ใดจักแหงแตก นั้นท่านก็หยุดยาซ่อมแซมเสียหื้อดีแล้ว ท่านก็คืนลงไปเวียงสา…. “พงศาวดารเมืองน่าน” ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าของคุรุสภา 2507 หน้า 35
พ.ศ. 2363 (จุลศักราช 1182 ตัวปีกดสี) วันศุกร์ เดือน 6 แรม 6 ค่ำ น่าน …แผ่นดินไหวในวันนั้น ยอดมหาธาตุเจ้าภูเวียงแช่แห้ง ก็หักลงห้อยอยู่แล.. “พงศาวดารเมืองน่าน” ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าของคุรุสภา, 2507 หน้า 57
พ.ศ. 2382 (จุลศักราช 1201 ปีกุน)   หลวงพระบาง อนึ่งหินผาแท่งใหญ่ประมาณ 4 อ้อมสูงประมาณ 5 ศอกเศษ เคลื่อนนอกจากที่ตกลงน้ำไป อนึ่งหินศิลาอยู่กลางไร่ พวกบ้านปากหลิ่งใหญ่ประมาณ 3 อ้อม สูงประมาณ 3 ศอกเศษ ราษฎรปลูกข้าวล้อมไว้ หินศิลาลูกนั้นบังเอิญให้เลื่อนลงมาอยู่นอกไว้ แต่ต้นข้าวที่ล้อมไว้นั้นหาเป็นอันตรายไม่ อนึ่งครกตำข้าวอยู่บ้านช้างฆ้องลูกหนึ่งอยู่ช้างบน ลูกหนึ่งอยู่ข้างล่าง ลูกที่อยู่ข้างล่างกลิ้งขึ้นไปโดนเอาลูกที่อยู่ข้างบนกลิ้งลงมา เทพยเจ้าอาเภทให้เห็นประหลาดเป็นนิมิตดังนั้นฯ “พงศาวดารเมืองหลวง 2507 หน้า 224-225
พ.ศ. 2382 (จุลศักราช 1201 ปีกุน) วันที่ 23 มีนาคม กรุงเทพฯ ..แผ่นดินไหว 3 ครั้ง ถึงน้ำในแม่น้ำคลองกระฉ่อน ต้นเดิมไหวในเมืองพม่า “จดหมายเหตุของหมอบรัดเล” ประชุมองค์การค้าของคุรุสภา, “พงศาวดารเมืองน่าน” ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, 2507 หน้า 296
พ.ศ. 2422 (จุลศักราช 1241ตัวปีถัดเม้า) เดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำ น่าน เถิง ณ วันเดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำนั้น ท่านก็กระทำพุทธาภิเษกเปิกบายฉลองฟังธรรม กระทำหื้อทานตั้งแต่วันนั้นไปตราบเถิงเดือนยี่ ลงค่ำ 1 จึงเป็นเล็กบริบวรณ์หั้นแล ท่านฉลองทานธรรมในครั้งนี้ แผ่นดินไหวในวันเดือนยี่ ขึ้น 8 ค่ำนั้นแล ไหวลูกหนเหนือมาก่อนแล ท่านหื้อทานในครั้งนี้ ก็เป็นมหาพอยอันหนึ่งแลเป็นครั้งถ้วน 5 แลฯ “พงศาวดารเมืองน่าน” ประชุมพงศาวดารเล่ม 10 พระนคร องค์การค้าคุรุสภา, 2507 หน้า 104-105

 

Visit  our Sponsor

 







dot
Member Login : สมาชิกเข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
Thai Associations & Clubs
dot
bulletJobthaihospital.com
bulletพ.ร.บ. โรงแรม 2478
bulletTravel Directory
bulletThai Hotels Association
bulletNortheast Hotels Asso.
bulletEHK (Housekeeping Club)
bulletAccor Hotels Jobs
bulletKoh Samui's Chef Asso.
bulletHR Association of Samui
bulletTourism Thailand
bulletMini. Wages ค่าจ้างขั้นต่ำ '47
bulletHotels & Resorts News
bulletThai Hospitality News
bulletWorld Hotel News In Brief
bulletHOTELTRAVELCENTER.com
bulletChat Room คลิกเข้ามาคุยกัน !
bulletราคาห้องพักสำหรับ สมาชิก ThaiHotelStaff
dot
รายการสินค้า
dot
bulletCD Rom - English Learning
bulletShopping Cart
bulletการชำระเงิน
dot
Inter Hotels & Resorts Groups
dot
bulletAll Hotel Chains Links
bulletAccor Hotels Group
bulletBanyantree Group
bulletConrad hotels Group
bulletHyatt Hotels Group
bulletIntercontinental Group
bulletLemeridien Group
bulletMarriott Group
bulletMandarin Oriental Group
bulletPeninsula Group
bulletShangri-la Group
bulletSixsenses Group
bulletStarwood Group
bulletSummit Group
bulletZenith Hotels Group
dot
Thai Hotels & Resorts Groups
dot
bulletคลิกหางานโรงแรมและรีสอร์ท (เว็บเพื่อนบ้าน)
bulletRoyal Garden Group
bulletCentral hotels Group
bulletDusit Hotels Group
bulletAmari Group
bulletImperial Hotels Group
bulletAsia hotels Group
bulletBaiyoke Hotel Group
bulletSiam City hotels Group
bulletPinnacle hotels Group
bulletRoyal Princess Group
bulletAmbassador Group
bulletFelix hotels Group
bulletPansea Group
bulletPavilion hotels Group
bulletRegent Group
bulletKanarybay Group
bulletRoyal River Group
bulletSawasdee Hotels Group
bulletJomtien Pattaya Group
bulletChaleena Hotel Group
bulletTown InTown Hotel Group
dot
E-Card ส่งอีการ์ดให้เพื่อน
dot
bulletส่งอีการ์ดให้เพื่อนๆโรงแรม
bulletbanner add fee
dot
Other Bangkok Hotels
dot
bulletAlexanderbangkok
bulletArnoma hotel
bulletBangkokcentrehotel
bulletBangkokpalace
bulletCenturypark hotel
bulletChaophyapark.
bulletClassic Place
bulletDavis bangkok
bulletEmerald hotel
bulletEvergreen
bulletFortune hotel
bulletFour wings
bulletSukhothai Hotel
dot
Embassy สถานฑูต
dot
bulletEmbassy of USA.
bulletEmbassy of UK.
bulletThai Embassy at USA
bulletThai Consulate in Shanghai
bulletPimalai
bulletKamala Bay Terrace Resort
dot
Hotel & Tourism Universitys
dot
bulletสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านการโรงแรม/ท่องเที่ยว
bulletI-Tim
bulletKasem Bundit University
bulletDusit Thani College
bulletOHAP (Oriental)
bulletTourism at Ubon Rat. U.
dot
E-Learning Web
dot
bulletธุรกิจท่องเที่ยวฯ
bulletTOEFL Listening Test
bulletTOEFL Gramma
bulletHEP thailand
dot
Other Links
dot
bulletHospitality Awards
dot
Inter Association Links
dot
bulletCalifornia Restaurant Asso.
bulletFlorida Restaurant Asso.
bulletHawaii Restaurant Asso.
dot
Thai Hospitality Links
dot
bulletChef Thai
bulletCocktail
bulletBartender
bulletThai Kitchen
dot
Foods Menu
dot
bulletTip Foods
bulletT- Aroi
bulletCulture-Thai Food
bulletThai Foods Story
dot
Visitors Report
dot
bulletสถิติผู้เข้าชมเว็บต่อวัน


call us 0895894111
call us 0895894111
call us 0895894111
ศูนย์รวมงานโรงแรมและงานบริการทั่วไทย Hospitality Jobs Center


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ศูนย์รวมงานธุรกิจบริการ ทั่วไทย www.ThaiHospitalityJobs.com